บริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งพัฒนาโซลูชันด้าน Digital Communication และ Financial Technology
สัญญาเงินกู้
สัญญาเงินกู้นี้ (“สัญญานี้”) ทำขึ้น ณ วันที่ [DD/MM/YYYY]
โดยระหว่าง:
ผู้ให้กู้:
ชื่อบริษัท: คิวอาร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด
ที่ตั้งสำนักงานจดทะเบียน: 135/37 ชั้น 12 เอ อาคารอมรพันธุ์ 205 ทาวเวอร์ 2 ซอยนาทอง ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.10400
ข้อมูลติดต่อ: customerservice@qrtec.com
(ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ให้กู้” หรือ “สถาบันการเงิน”)
ผู้กู้:
ชื่อ: ________________________
ที่อยู่: ________________________
เลขประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง: ________________________
อีเมล: ________________________
หมายเลขโทรศัพท์: ________________________
(ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้กู้”)
ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ
ข้อที่ 1 ที่มาของสัญญา
1.1 ผู้ให้กู้เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย และได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่กำกับดูแลกระทรวงการคลัง
1.2 ผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาที่มีความสามารถทางกฎหมายในการทำสัญญาโดยสมบูรณ์ และสมัครใจยื่นขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้กู้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “แพลตฟอร์ม”)
1.3 ทั้งสองฝ่ายตกลงใช้วิธีการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ในการทำสัญญานี้ และยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดทั้งหมดของสัญญานี้
ข้อที่ 2 เงื่อนไขเงินกู้
ผู้กู้ตกลงขอกู้ยืมเงินจากบริษัท และบริษัทตกลงให้สินเชื่อแก่ผู้กู้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
2.1 จำนวนเงินกู้
ผู้ให้กู้ให้กู้เงินจำนวน ________ (บาท) (ต่อไปนี้เรียกว่า “เงินกู้สินเชื่อ”) ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ให้กู้เป็นไปตามข้อมูลของผู้กู้และการอนุมัติของผู้ให้กู้
2.2 อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
อัตราดอกเบี้ยต่อปี (APR): อัตราดอกเบี้ยคงที่ ____% ต่อปี คำนวณดอกเบี้ยรายวัน (อัตราดอกเบี้ยรายวัน = อัตราดอกเบี้ยรายปี ÷ 365)
อัตราดอกเบี้ยผิดนัด: จำนวนเงินที่ค้างชำระคิดดอกเบี้ยในอัตรา ____% ต่อปี นับตั้งแต่วันครบกำหนดชำระ
ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้: 50 บาท นับตั้งแต่วันครบกำหนดชำระ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและอนุญาตให้ผู้ให้กู้เรียกเก็บได้
2.3 ระยะเวลาเงินกู้
นับจากวันที่โอนเงินกู้ ผู้กู้ต้องชำระเงินคืนเต็มจำนวนภายใน ____ วัน หรือภายในวันที่ ______________ (ระบุวันที่ครบกำหนด)
2.4 วิธีการโอนเงินกู้
ผู้ให้กู้จะโอนเงินกู้ที่อนุมัติเข้าบัญชีธนาคารของผู้กู้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
2.5 แผนการชำระคืนเงินกู้
2.5.1 การชำระเป็นงวด: แบ่งชำระคืนเป็น ____ งวด โดยแต่ละงวดมีจำนวนเงิน ______ บาท
2.5.2 การชำระคืนก่อนกำหนด: ผู้กู้สามารถยื่นขอชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระคืนก่อนถึงกำหนดชำระของงวดใดงวดหนึ่ง หรือการปิดบัญชีเงินกู้ก่อนครบกำหนดสัญญา โดยผู้ให้กู้จะไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยสำหรับระยะเวลาที่ยังไม่ถึงกำหนด ทั้งนี้ หากผู้กู้ต้องการชำระคืนเงินกู้ล่วงหน้า (ทั้งหมดหรือบางส่วน) ผู้กู้ต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าและจัดเตรียมแผนการชำระคืนอย่างเหมาะสม โดยผู้ให้กู้มีสิทธิ์พิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอชำระคืนก่อนกำหนดของผู้กู้
2.6 การผิดนัดชำระหนี้
หากผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และไม่ได้รับอนุมัติการขยายระยะเวลาจากผู้ให้กู้ จะถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิ์เรียกเก็บดอกเบี้ย โดยคำนวณจากยอดเงินรวมที่ยังไม่ได้ชำระ รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่นๆ อาทิ ค่าทวงหนี้ และค่าธรรมเนียมอื่นจนกว่าผู้กู้จะชำระเงินคืนเต็มจำนวน
ข้อที่ 3 คำรับรองและการรับประกันของผู้กู้
3.1 ผู้กู้กดยืนยัน “ตกลง” หรือ “ยืนยัน” บนแพลตฟอร์ม ถือเป็นการแสดงเจตนาอย่างแท้จริงของผู้กู้ และไม่มีข้อบกพร่องทางกฎหมายใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมนี้
3.2 ผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีความสามารถทางกฎหมายตามกฎหมายไทยในการเข้าทำสัญญาเงินกู้ นอกจากนี้ ผู้กู้ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม สร้างบัญชี และตั้งค่ารหัสผ่านสำหรับใช้ในการยืนยันตัวตนและเข้าสู่ระบบ
3.3 ผู้กู้รับรองว่าข้อมูลทั้งหมดที่ให้ไว้เป็นความจริงและครบถ้วน พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะอัปเดตข้อมูลสำคัญ เช่น รายละเอียดการติดต่อ หรือการเปลี่ยนแปลงรายได้ โดยไม่มีการปกปิดข้อมูลใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสัญญานี้
3.4 ผู้กู้รับรองว่าเงินกู้ที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจะไม่นำไปใช้เพื่อการเก็งกำไร การฟอกเงิน หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ
3.5 ผู้กู้รับทราบและเข้าใจว่า
3.5.1 หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญานี้ อาจต้องเสียค่าทวงถามหนี้ ค่าธรรมเนียมอื่นและดอกเบี้ยผิดนัด
3.5.2 การกู้ยืมเงินเกินความสามารถในการชำระคืนอาจส่งผลกระทบต่อประวัติทางการเงินของผู้กู้
3.6 ผู้กู้เข้าใจโครงสร้างและวิธีการดำเนินงานของสัญญานี้ รวมถึงภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและผลกระทบหากไม่สามารถปฏิบัติตามภาระหน้าที่ดังกล่าว เพื่อความชัดเจน ผู้กู้รับรองว่าได้ขอรับคำแนะนำด้านการเงิน การดำเนินงาน และกฎหมายจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว นอกจากนี้ ผู้ให้กู้ได้แจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ผู้กู้แล้ว ได้แก่
3.6.1 จำนวนเงินที่ต้องชำระและวิธีการชำระเงิน
3.6.2 วิธีการคำนวณดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่นๆ ในข้อ (2.2, 2.6)
3.6.3 จำนวนเงินที่ต้องชำระและวันครบกำหนดชำระ
3.6.4 สิทธิและเงื่อนไขในการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด
3.7 ผู้กู้รับทราบและตกลงว่า ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ผู้ให้กู้มีสิทธิ์รายงาน ส่งมอบ หรือยืนยันข้อมูลเครดิต ประวัติการผิดนัดชำระ เอกสารเงินกู้ และข้อมูลอื่นๆ ของผู้กู้ ต่อหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ บริษัทในเครือของผู้ให้กู้ สหกรณ์ สถาบันการเงิน บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติของไทย ฯลฯ) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดของหน่วยงานภาครัฐ
ข้อที่ 4 สิทธิและหน้าที่ของผู้กู้
4.1 ผู้กู้มีสิทธิได้รับเงินกู้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญานี้จากผู้ให้กู้ โดยเงื่อนไขและวงเงินกู้ที่แน่นอนให้เป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้
4.2 ผู้กู้ตกลงใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญานี้อย่างเคร่งครัด และยินยอมให้ผู้ให้กู้หรือบุคคลที่สามที่ได้รับมอบหมายทำการตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้เงินกู้ การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการผิดสัญญาและอาจทำให้เงินกู้ถูกเรียกคืนก่อนกำหนด
4.3 ผู้กู้ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันแก่ผู้ให้กู้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สถานะทางการเงิน ประวัติสินเชื่อ และสถานะการจ้างงาน การให้ข้อมูลเท็จ การปกปิดข้อมูล หรือการให้ข้อมูลที่อาจทำให้เข้าใจผิด ถือเป็นการผิดสัญญาร้ายแรง
4.4 ผู้กู้รับรองว่า ณ เวลาที่ยื่นขอสินเชื่อและตลอดระยะเวลาเงินกู้ ผู้กู้มีความสามารถทางการเงินในการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามกำหนด ผู้กู้ต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบหากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสถานะทางการเงิน
4.5 ผู้กู้ไม่มีสิทธิ์โอนสิทธิหน้าที่ หรือความรับผิดชอบใดๆ ภายใต้สัญญานี้ให้กับบุคคลที่สาม เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้กู้
4.6 ผู้กู้ต้องระบุบุคคลอ้างอิง (บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน) อย่างน้อยสองคน
4.7 ผู้กู้ตกลงปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อกำหนดทางธุรกิจ และนโยบายการให้สินเชื่อของผู้ให้กู้ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และกฎหมายป้องกันการฉ้อโกง
4.8 ผู้กู้ต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้กู้และบุคคลที่สามที่ได้รับมอบหมายในกระบวนการตรวจสอบ โดยต้องให้เอกสารและข้อมูลที่จำเป็น ตลอดจนตอบกลับข้อซักถามเกี่ยวกับการใช้เงินกู้ ความสามารถในการชำระหนี้ หรือสถานะทางการเงินโดยเร็ว
4.9 ผู้กู้ต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 3 วันทำการ หากมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อไปนี้เกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น
4.9.1 สถานะทางการเงินหรือสถานการณ์ส่วนตัวเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
4.9.2 เกี่ยวข้องกับคดีความ การอนุญาโตตุลาการ หรือกระบวนการทางปกครองใดๆที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้กู้
4.9.3 มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้กู้ให้ไว้ตอนสมัครขอสินเชื่อในแพลตฟอร์ม
4.9.4 เหตุการณ์อื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้หรือการปฏิบัติตามสัญญานี้
4.10 ผู้กู้ตกลงเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้กู้เป็นความลับ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้ารายอื่น และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่สาม เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้กู้
4.11 ผู้กู้ตกลงรับเอกสาร ข้อความแจ้งเตือน และข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสัญญานี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และยอมรับว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกับเอกสารฉบับพิมพ์
4.12 ผู้กู้ตกลงว่า ข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับสัญญานี้ จะได้รับการแก้ไขโดยการเจรจาอย่างเป็นมิตรเป็นอันดับแรก หากไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญามีสิทธิ์ดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิ์ทางกฎหมายของตน
ข้อที่ 5 สิทธิและหน้าที่ของผู้ให้กู้
5.1ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลทั้งหมดที่ผู้กู้ได้ยื่นเสนอ และสามารถตัดสินใจว่าจะอนุมัติคำขอเงินกู้หรือไม่ตามผลการตรวจสอบ ผู้กู้ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินกู้ในจำนวนที่กำหนดโดยผู้ให้กู้ ซึ่งอาจแตกต่างจากจำนวนที่ผู้กู้ขอในตอนแรก
5.2ผู้ให้กู้มีสิทธิ์เรียกร้องให้ผู้กู้ชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมอื่น ในข้อ (2.1, 2.2, 2.6) รวมถึงสิทธิ์ทั้งหมดที่กฎหมายหรือสัญญานี้มอบให้ผู้กู้
5.3 หากผู้ให้กู้พบว่า การใช้เงินกู้ของผู้กู้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงไว้ในสัญญานี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ดำเนินการตามที่เห็นสมควร เช่น การระงับการปล่อยเงินกู้ การเรียกเก็บเงินกู้คืนล่วงหน้า หรือการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กู้
5.4ผู้ให้กู้ตกลงที่จะรักษาความลับเกี่ยวกับเอกสารและข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากผู้กู้ แต่จะมีข้อยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
5.4.1 ข้อมูลที่จำเป็นต้องเปิดเผยตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งจากหน่วยงานกำกับดูแล
5.4.2 ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ใช่ความผิดของผู้กู้ที่ละเมิดสัญญานี้
5.5ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้กู้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลหนี้สิน ฯลฯ) แก่บุคคลที่สามที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตามหนี้ การดำเนินการ หรือการจัดการที่เกี่ยวข้อง โดยจะปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5.6ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ที่จะโอนสิทธิ หน้าที่ หรือความรับผิดชอบในสัญญานี้ให้แก่บุคคลที่สามโดยไม่ต้องขออนุญาตจากผู้กู้ แต่ผู้ให้กู้และผู้รับโอนต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าก่อนการโอนอย่างน้อยหนึ่งรอบการชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ให้กู้ต้องการโอนสิทธิเรียกร้องในสัญญานี้ ผู้กู้ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้กู้ก่อน
ข้อที่ 6 วัตถุประสงค์ของสัญญา
6.1ผู้ให้กู้จะให้เงินกู้จำนวนที่ระบุในสัญญานี้ในสกุลเงินไทยบาท ซึ่งเป็นสกุลเงินของประเทศ โดยจะโอนเงินดังกล่าวผ่านการโอนเงินทางธนาคารไปยังบัญชีที่ผู้กู้ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ บัญชีดังกล่าวต้องเป็นบัญชีที่ผู้กู้เป็นเจ้าของ โดยหลักฐานการโอนเงินจะถือเป็นใบเสร็จรับเงินที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้เป็นหลักฐาน
6.2จำนวนเงินที่ให้ยืมไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่ผู้กู้ต้องชำระให้กับผู้ให้กู้ การปล่อยเงินกู้จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของเงินทุนของผู้ให้กู้ในแต่ละช่วงเวลา
ข้อที่ 7 การชำระเงินและการยืนยัน
7.1 การชำระเงินทั้งหมดของผู้กู้จะถูกนำไปใช้ตามลำดับดังนี้: เช่น ค่าธรรมเนียมอื่น ดอกเบี้ย และเงินต้น
7.2 นอกจากค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่ระบุในสัญญานี้แล้ว ผู้ให้กู้ไม่สามารถกำหนดค่าธรรมเนียมใหม่ เพิ่มค่าธรรมเนียมที่มีอยู่ หรือปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างและได้รับความยินยอมจากผู้กู้อย่างชัดเจน
ข้อที่ 8 ระยะเวลาของสัญญา
8.1 ทั้งสองฝ่ายตกลงว่า สัญญานี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ลงนามและจะสิ้นสุดเมื่อทุกภาระผูกพันได้รับการชำระครบถ้วน ไม่สามารถขยายระยะเวลาได้
8.2 หลังจากที่ผู้กู้ชำระเงินครบถ้วนแล้ว สามารถขอสิ้นสุดสัญญาก่อนกำหนดได้ โดยต้องรักษาประวัติการชำระเงินที่ดีและยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ให้กู้ หลังจากการตรวจสอบ หากไม่มีหนี้ค้างชำระ สัญญาจะถูกยกเลิกในวันทำการถัดไป หากมีหนี้ค้างชำระ ผู้ให้กู้จะแจ้งจำนวนหนี้ค้างชำระและขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการชำระหนี้ โดยเมื่อหนี้ได้รับการชำระแล้ว สัญญาจะสิ้นสุด โดยผู้ให้กู้จะรายงานการปิดบัญชีไปยังหน่วยงานเครดิตพร้อมข้อมูลว่าบัญชีไม่มีหนี้ค้างชำระ
8.3 หากผู้ให้กู้ต้องการแก้ไขสัญญา จะต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า 7 วัน และผู้กู้สามารถขอยกเลิกสัญญาได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องชำระค่าปรับ หากผู้ให้กู้ต้องการแก้ไขสัญญา จะต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า 7 วัน และผู้กู้สามารถขอยกเลิกสัญญาได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องชำระค่าปรับ
ข้อที่ 9 ข้อมูลดิจิทัล
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในเรื่องข้อมูลดิจิทัล การสื่อสาร การแจ้งเตือน และการให้ข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
9.1 ข้อมูลดิจิทัล การสื่อสาร การแจ้งเตือน และข้อมูลที่ส่งจากผู้ให้กู้ไปยังผู้กู้ไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันการรับข้อมูลจากผู้กู้ ตราบใดที่ข้อมูลเหล่านั้นถูกส่งไปยังช่องทางการติดต่อที่ผู้กู้ได้ให้ไว้หรือได้อัปเดตและแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบ
9.2 หากผู้กู้ต้องการส่งข้อมูลดิจิทัล การสื่อสาร การแจ้งเตือน หรือข้อมูลไปยังผู้ให้กู้ ผู้ให้กู้จะต้องยืนยันการรับข้อมูลภายใน 48 ชั่วโมงทำการผ่านช่องทางเดียวกันเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล หากผู้ให้กู้ไม่สามารถยืนยันการรับข้อมูลได้ภายใน 3 ครั้งที่ส่งข้อมูล ผู้กู้สามารถส่งข้อมูลอีกครั้งในรูปแบบเอกสารที่ส่งไปยังที่อยู่ที่ผู้ให้กู้จัดไว้
9.3 ความถูกต้องของลายเซ็นดิจิทัลและวิธีการ
9.3.1 ทั้งสองฝ่ายรับรองความถูกต้องของลายเซ็นดิจิทัลที่จัดทำโดยผู้ให้กู้หรือวิธีการอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ใช้ในการส่งข้อมูล โดยจะมีผู้ส่ง ข้อมูลรับ และผู้จัดการข้อมูลเป็นตัวกลาง
9.3.2 ผู้กู้ยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของลายเซ็นนี้ และยอมรับว่าเป็นการตกลงที่มีผลบังคับใช้
9.3.3 ผู้กู้เข้าใจว่าลายเซ็นดิจิทัลมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการยินยอมที่ชัดเจน รวมถึงเป็นหลักฐานที่สามารถใช้ในทางกฎหมาย และยอมสละสิทธิ์ในการฟ้องร้องเกี่ยวกับความถูกต้องของลายเซ็นนี้
ข้อที่ 10 การแก้ไขและการยกเลิกสัญญา
10.1 สิทธิในการแก้ไขสัญญา
ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ในการแก้ไขเงื่อนไขและข้อกำหนดของสัญญานี้ได้ตลอดเวลา และจะประกาศการแก้ไขผ่านทางแพลตฟอร์ม หากผู้กู้ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาที่แก้ไขสามารถหยุดใช้บริการของแพลตฟอร์มได้ภายใน 5 วันหลังจากที่ผู้ให้กู้ประกาศการแก้ไข (แต่ไม่เกินวันที่ครบกำหนดของสัญญา) และต้องชำระเงินคงค้างทั้งหมด รวมถึงดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการอื่นๆ หากผู้กู้ไม่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยและดำเนินการตามสัญญาต่อไป จะถือว่าผู้กู้ยอมรับเงื่อนไขที่ถูกแก้ไขแล้ว
10.2 การไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้โดยไม่ผ่านการยินยอม
เมื่อสัญญามีผลบังคับใช้แล้ว ผู้กู้ไม่สามารถแก้ไขสัญญานี้ได้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้กู้ หรือหากไม่มีการระบุไว้ในสัญญานี้
ข้อที่ 11 การผิดสัญญาและการแก้ไขข้อพิพาท
11.1 การกำหนดกรณีผิดสัญญา
นอกจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้ออื่นๆ ของสัญญานี้ กรณีต่อไปนี้ถือเป็นการผิดสัญญาที่ร้ายแรงจากผู้กู้
11.1.1 ข้อมูลเท็จ ผู้กู้ให้ข้อมูลหรือเอกสารในการขอสินเชื่อที่เป็นเท็จ ปลอมแปลง หรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่สำคัญ ซึ่งส่งผลให้ผู้ให้กู้ตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อผิด
11.1.2 การเบิกเงินไม่ถูกต้อง ผู้กู้ไม่ใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในสัญญาโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้กู้
11.1.3 การโอนสินทรัพย์ ผู้กู้โอน จัดการ หรือซ่อนแหล่งทรัพย์สินที่สำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้กู้
11.1.4 ความสามารถในการชำระหนี้ถูกจำกัด ผู้กู้ถูกฟ้องร้องในคดีอาญา, เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือมีการดำเนินการบังคับคดีอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้
11.1.5 ทรัพย์สินถูกจำกัด ทรัพย์สินที่สำคัญของผู้กู้ถูกยึด โดยไม่ได้รับการแก้ไขภายในเวลาที่เหมาะสม
11.1.6 การผิดสัญญาอื่นๆ การกระทำใดๆ ที่อาจกระทบต่อการเรียกร้องสิทธิ์ของผู้ให้กู้ รวมถึงการละเมิดข้อกำหนดอื่นๆ ในสัญญานี้
11.2 มาตรการในการจัดการการผิดสัญญา
11.2.1 การชำระเงินล่าช้า หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ใช้มาตรการตามกฎหมายในการเรียกร้องหนี้ เช่น การทวงถามหนี้ตามกฎหมาย การฟ้องบังคับคดี เป็นต้น
11.2.2 การผิดสัญญาอื่นๆ สำหรับการผิดสัญญาที่ไม่ใช่การชำระเงินล่าช้า ผู้ให้กู้สามารถออกหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้กู้แก้ไขหรือปฏิบัติตามสัญญา หากผู้กู้ไม่แก้ไขภายใน 30 วัน ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ประกาศให้หนี้ทั้งหมด (รวมถึงเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ภาษี ฯลฯ) ครบกำหนดชำระทันทีและยกเลิกสัญญา นอกจากนี้ ผู้ให้กู้ยังมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายจากการผิดสัญญา รวมถึงการเรียกค่าปรับ ค่าชดเชยและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการละเมิด
11.3 ค่าธรรมเนียมและบทลงโทษการผิดสัญญา
11.3.1 ค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้ หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ผู้กู้ต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการติดตามหนี้
11.3.2 ภาษีและค่าธรรมเนียม ผู้กู้ต้องรับผิดชอบภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย (เช่น ค่าทนาย ค่าฟ้อง ค่าบังคับคดี ฯลฯ) ที่เกิดจากการดำเนินการตามสัญญานี้
11.3.3 ลำดับการชำระหนี้ เมื่อผู้กู้ผิดสัญญา ผู้กู้ต้องชำระเงินตามลำดับดังนี้:
หากผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินตามลำดับนี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิ์เลือกชำระรายการใดรายการหนึ่งหรือหลายรายการก่อน และยังคงมีสิทธิ์ในการเรียกร้องหนี้ที่เหลือต่อไป
ข้อที่ 12 การลงนามและมีผลบังคับใช้
12.1 ผู้กู้สามารถลงนามในสัญญานี้โดยการคลิก “ยืนยัน” บนแพลตฟอร์ม ซึ่งจะถือเป็นการลงนามที่มีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับลายเซ็นมือ
12.2 สัญญานี้มีผลบังคับใช้เมื่อจำนวนเงินกู้ถูกโอนเข้าบัญชีของผู้กู้
ข้อที่ 13 ข้อกำหนดอื่นๆ
13.1 เหตุสุดวิสัย หากมีความล่าช้าในการดำเนินการตามสัญญาเนื่องจากสงคราม, ภัยธรรมชาติ หรือการขัดข้องของระบบทั้งสองฝ่ายจะไม่ต้องรับผิดชอบ
13.2 การแก้ไขสัญญา ผู้กู้สามารถแก้ไขข้อกำหนดได้โดยการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 30 วัน ผ่านแพลตฟอร์มหรือทางอีเมล
13.3 ตั้งแต่สัญญานี้มีผลบังคับใช้ จนกว่าผู้กู้จะชำระเงินทั้งหมดที่ต้องชำระตามสัญญา หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ของผู้กู้ ผู้กู้จะต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 3 วันหลังจากการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลที่ต้องแจ้ง ได้แก่:
หากผู้กู้ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวและส่งผลให้เกิดความเสียหาย ผู้กู้จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ข้อที่ 14 อำนาจศาลและกฎหมายที่ใช้
14.1 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญานี้อยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทยและจะได้รับการตีความและดำเนินการตามข้อบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย
14.2 อำนาจศาล
ทั้งสองฝ่ายตกลงว่า หากเกิดข้อพิพาทหรือการเรียกร้องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญานี้ จะต้องยื่นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายยอมรับอำนาจศาลของประเทศไทยที่ไม่สามารถยกเว้นได้
14.3 วิธีการแก้ไขข้อพิพาท
ทั้งสองฝ่ายจะต้องพยายามแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจาต่อรองก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถฟ้องต่อศาลในประเทศไทยได้ เพื่อให้มีการดำเนินการตามกระบวนการและกฎเกณฑ์ของการฟ้องร้องในประเทศไทย
ข้อที่ 15 ข้อจำกัดด้านพื้นที่การให้บริการเงินกู้
ให้บริการเฉพาะผู้ใช้ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น
วันที่มีผลบังคับใช้: 20-01-2026
บริษัท: บริษัท คิวอาร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด(ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” หรือ “เรา”)
เนื้อหาข้อกำหนด:
1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์
บริการเงินกู้และบริการอื่น ๆ ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการ”) จำกัดให้เฉพาะแก่บุคคลที่เป็นผู้อยู่อาศัยโดยชอบด้วยกฎหมายในเขตกรุงเทพมหานคร (รวมถึงเขตการปกครองทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรุงเทพฯ”) หรือบุคคลที่มีที่อยู่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ อย่างถูกต้อง (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม”) เท่านั้น
2. การตรวจสอบพื้นที่
2.1 ก่อนที่ผู้ใช้จะสามารถยื่นขอใช้บริการของบริษัทได้ ผู้ใช้ต้องผ่านการยืนยันตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ผ่านระบบตรวจสอบตำแหน่งที่ติดตั้งภายในแอปพลิเคชันของบริษัท (เรียกว่า “การระบุตำแหน่งเชิงภูมิศาสตร์” หรือ “Geofence”) เพื่อยืนยันว่าตำแหน่งของผู้ใช้ในขณะนั้นอยู่ภายในขอบเขตการปกครองของกรุงเทพฯ
2.2 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารเพิ่มเติมที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อยืนยันการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ของผู้ใช้ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนไทยที่แสดงที่อยู่ในกรุงเทพฯ, ใบแจ้งหนี้ค่าสาธารณูปโภคในกรุงเทพฯ หรือสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่หมดอายุ
2.3 ผู้ใช้เข้าใจและยอมรับว่า การให้ข้อมูลตำแหน่ง หรือเอกสารหลักฐานการอยู่อาศัยที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด จะส่งผลให้คำขอของผู้ใช้ถูกปฏิเสธทันที หรือหากได้รับการอนุมัติแล้ว บริการที่ได้รับอาจถูกยุติโดยทันที และอาจถือเป็นการผิดสัญญา
3. ข้อจำกัดในการให้บริการ
3.1 หากตรวจพบว่าผู้ใช้มิได้อยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ เวลาที่ยื่นคำขอ หรือในระหว่างการใช้บริการ หรือไม่สามารถแสดงหลักฐานการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้อย่างถูกต้องตามที่บริษัทร้องขอ ผู้ใช้นั้นจะถือว่าไม่มีคุณสมบัติในการใช้บริการเงินกู้ของบริษัท
3.2 บริษัทขอปฏิเสธการให้บริการเงินกู้แก่ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามข้อกำหนดด้านพื้นที่อย่างชัดแจ้ง
3.3 บริษัทขอสงวนสิทธิ์อย่างเด็ดขาดในการใช้ดุลยพินิจของตนเองในการปฏิเสธคำขอใช้บริการ หรือลงมติยุติการให้บริการแก่ผู้ใช้รายใดก็ตามที่บริษัทเห็นว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านพื้นที่ ไม่ว่าผู้ใช้รายนั้นจะผ่านการตรวจสอบตำแหน่งในเบื้องต้นแล้วหรือไม่ก็ตาม
4. คำรับรองและการรับประกันของผู้ใช้
เมื่อผู้ใช้ยื่นคำขอใช้บริการ และในระหว่างการใช้บริการของบริษัท ผู้ใช้ขอรับรองและรับประกันว่า
4.1 ผู้ใช้เป็นผู้มีถิ่นพำนักโดยชอบด้วยกฎหมายในกรุงเทพฯ หรือมีที่อยู่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ อย่างถูกต้อง
4.2 ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และเอกสารหลักฐานการอยู่อาศัยที่ผู้ใช้ให้ไว้เป็นความจริง ถูกต้อง และครบถ้วน
4.3 ผู้ใช้เข้าใจและยอมรับว่า หากมีการละเมิดข้อกำหนดด้านพื้นที่ บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการให้บริการหรือยุติบริการโดยทันที และอาจมีผลทางกฎหมายตามมา
5. ข้อจำกัดความรับผิด:
แม้ว่าบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการตรวจสอบตำแหน่งของผู้ใช้ผ่านระบบระบุตำแหน่งเชิงภูมิศาสตร์และวิธีการตรวจสอบอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าบริการจะมอบให้เฉพาะผู้ใช้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี หรือการปกปิดข้อมูลของผู้ใช้อาจทำให้ผู้ที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านการตรวจสอบในบางกรณีได้
บริษัทขอประกาศอย่างชัดเจนว่า การที่ผู้ใช้อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านการตรวจสอบนั้น มิได้ถือเป็นเจตนาหรือภาระผูกพันของบริษัทในการให้บริการแก่ผู้ใช้ดังกล่าว และเมื่อมีการตรวจพบ บริษัทมีสิทธิ์ดำเนินการยุติการให้บริการโดยทันที
บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติด้านพื้นที่ และส่งผลให้คำขอถูกปฏิเสธหรือบริการถูกยกเลิก
คำรับรองของผู้กู้
ผู้กู้ได้อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดทั้งหมดของสัญญานี้โดยละเอียดแล้ว และยืนยันว่าเข้าใจเนื้อหาของสัญญาฉบับนี้อย่างครบถ้วน รวมถึงยอมรับและตกลงที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดทั้งหมดที่ระบุไว้ในสัญญานี้